(Last Updated On: October 29, 2017)

ฤดูร้อนเป็นช่วงเวลาแห่งการรำลึกความหลัง

ไม่รู้ว่าใครเคยบอกไว้ แต่คำพูดนี้ก็เด้งขึ้นมาเป็นกล่องข้อความในสมองทุกครั้งเมื่อมองปฏิทินที่แขวนอยู่ข้างผนัง แล้วเห็นตัวเลขวันที่สีแดงยาวติดกันเป็นแถบในช่วงสงกรานต์

ภาพที่ไม่คุ้นเคยในช่วงนี้ นอกจากภาพสถานีรถไฟฟ้าที่ไม่มีเด็กในชุดนักเรียนแล้ว ก็ยังมีภาพเพื่อนเก่าในสมัยมัธยมที่ปรากฎขึ้นมาบนหน้าจอมือถือกันเป็นแพ ที่เป็นผลพวงจากการไปเที่ยวหนีร้อนในเทศกาลหยุดยาว ในบางครั้งถึงกับต้องกดขยายภาพเพื่อหาว่าเรารู้จักกับใครในรูปบ้างหรือเปล่า และเมื่อเริ่มเห็นหน้าตาอย่างชัดเจนเพื่อเอาไปเทียบกับข้อมูลฝุ่นเขรอะในสมอง จนจำชื่อและน้ำเสียงได้แล้ว กลไกหวนอดีตก็ทำงานอย่างอัตโนมัติ รูปเพื่อนบางคนก็ดึงความทรงจำดี ๆ ออกมา พร้อมทั้งดึงแก้มทั้งสองข้างให้ยิ้มแป้นจนคนที่ยืนเกาะเสาอยู่ข้าง ๆ หันมามองด้วยสายตาประหลาด

ในบรรดาภาพแล้วภาพเล่า ที่นำเอาความรู้สึกสีซีเปียในวันนั้นกลับมาอีกครั้ง ก็มีภาพหนึ่ง ของเพื่อนในอดีตที่ไม่เคยเจอมากว่า 10 ปีผ่านสายตาขึ้นมาในหน้าจอ เป็นเพื่อนที่เคยพกไปไหนมาไหนตลอด เพื่อนที่สร้างเสียงหัวเราะและกระชากมิตรภาพมานัดต่อนัด เพื่อนคนนี้โผล่หน้ามาให้เห็นอีกครั้งโดยที่ไม่คาดคิดมาก่อน ในรูปแบบใหม่ภายใต้ชื่อว่า Mage Battle X


ชื่อเกม: Mage Battle X
ผู้ผลิต: ออลเซนต์ สตูดิโอ
ผู้ออกแบบ: ออลเซนต์ สตูดิโอ
จำนวนผู้เล่น: 2-5 คน
ระยะเวลา: 40 นาที
อายุ: 14+


mage battle x review card list

โฉมหน้าไพ่ใหม่ทั้งหมด

ที่เก่า เวลาเดิม

ช่วงหลังเลิกเรียนที่ทุกคนแย่งกันกลับบ้านจนท้องถนนแน่นขนัด ถ้าไม่อยากจะเล่นเก้าอี้ดนตรีเพื่อช่วงชิงที่นั่งหรือเล่นเกม Sardine Simulator จำลองชีวิตชิ้นปลาในกระป๋องที่มีนามว่ารถประจำทาง ตัวเลือกที่เหลือก็คือการอยู่ต่อในโรงเรียนเพื่อรอให้ถนนซาแล้วค่อยกลับ กิจกรรมของเด็กนักเรียนในยุคที่อุปกรณ์ฆ่าเวลาที่เราเรียกกันว่าสมาร์ทโฟนยังไม่เกิด ก็มีอยู่ไม่กี่อย่าง จะทำการบ้านของวันพรุ่งนี้ส่ง (คนพวกนี้หายากกว่ายูนิคอร์นน้ำจืด) เข้าร้านคอมเพื่อเล่นเกมกันอย่างโหวกเหวกโวยวาย ไม่ก็นั่งเล่นเกมกับเพื่อนในโรงเรียน

mage battle x review box front

กล่องไม้พิมพ์โลโก้สี

ในสมัยที่บอร์ดเกมยังไม่บูม เกมที่มีให้เล่นก็มีอยู่ไม่กี่อย่าง ทั้งเกมเศรษฐี (ซึ่งที่จริงก็ยังไม่เคยเห็นใครแบกมาเล่นในโรงเรียนนะ) เกมกระดานวางแผนจำพวกหมากฮอสหรือหมากล้อม เกมต่อคำหรือสมการจำพวก Scrabble กับ A-Math ไม่ก็เกมไพ่ต่าง ๆ ในสมัยนั้นถ้าพูดถึงไพ่ที่ไม่ใช่ไพ่ป๊อก ก็จะนึกออกแค่สองอย่างคือไพ่ Magic: The Gathering ที่ราคาแพงเกินไปหน่อยสำหรับเด็ก กับไพ่ Summoner Master ที่พอจะคุยกันได้ และมีร้านขายอยู่เต็มสะพานเหล็ก

เพราะถ้าพูดถึงเกมไพ่ในสมัยก่อนก็จะมีแต่ Uno

เป็นกิจวัตรไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็จำไม่ได้เหมือนกัน แต่หลังจากกระดิ่งคาบสุดท้ายดังขึ้น ก็จะยัดหนังสือลงกระเป๋า แล้วดิ่งไปยังลานโต๊ะไม้เพื่อหาเพื่อนจากห้องอื่นขาประจำ ในสมัยก่อนบรรดาโต๊ะไม้ในลานนั้นจะมีเสียงครึกครื้นตลอดเวลา เพราะเป็นจุดเดียวที่มีโต๊ะใหญ่พร้อมที่บังแดดและมีอากาศถ่ายเท ถ้าไม่นับว่ามีลูกบาสและลูกบอลกระเด็นเข้ามาทุก ๆ ครึ่งชั่วโมงให้ฝึกความว่องไวในการหลบหลีก ก็เรียกได้ว่าเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ดีที่สุดในโรงเรียนได้เลย

mage battle x review image old edition

โฉมหน้า Mage Battle Z รุ่นแรก

ความประทับใจในฐานะเกมการ์ด

ความทรงจำที่สมองชอบแอบขุดขึ้นมาให้คิดถึงอยู่เนือง ๆ ก็มีกระดานหมากล้อมพร้อมเม็ดแก้ว ที่เมื่อคีบและบรรจงกระแทกลงบนกระดานแล้วรู้สึกอิ่มเอมเหมือนตอนซื้อของเซเว่นแล้วจ่ายเงินพอดีไม่มีทอน มีไพ่ Summoner Master ที่เล่นบ่อยจนไพ่เปื่อยยิ่งกว่าจับฉ่าย ซองมีรอยขีดเต็มไปหมด แล้วก็มีเพื่อนอีกสองคน ทั้ง Quest Master ที่เล่นกันไม่รู้กี่สิบรอบแล้ว และ Mage Battle Z ที่ตอนนั้นยังนับว่าเป็นน้องใหม่ เพิ่งวางขายได้ไม่นาน

mage battle x review all card comparison

เปรียบเทียบรุ่นเก่า (ซ้าย) และรุ่นใหม่ (ขวา)

ตอนที่ได้รู้จักกับ Mage Battle ครั้งแรกก็รู้สึกตื่นตาตื่นใจมาก เพราะถ้าพูดถึงเกมไพ่ในสมัยก่อนก็จะมีแต่ Uno ที่มีตัวเลขไม่ก็มีคำสั้น ๆ ที่เราเล่นกันอย่างผิด ๆ ถูก ๆ มาตลอดเพราะหนังสือกฎเกมไพ่ Uno นั้นถูกจารึกให้เป็นโบราณวัตถุลับแลไปแล้ว พอ Mage Battle ออกมาในรูปแบบของเกมไพ่ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ทำให้ได้รับความนิยมและแพร่กระจายไปในวงเพื่อนห้องต่าง ๆ (แม้ว่าตอนนี้พอกลับมานั่งคิดดูแล้ว Mage Battle ออกมาพร้อมกับเกมโรงไฟฟ้า Power Grid เลยนะ ถ้าได้รู้จักเกมโรงไฟฟ้าในตอนนั้นคงจะถึงขั้น mind blown)

ให้เราได้รำลึกว่าในสมัยที่เราไม่มัวแต่จดจ่อกับจอมือถือ พวกเราเคยนั่งล้อมวงเล่นเกมด้วยกัน

จุดขายของ Mage Battle คือ เป็นเกมไพ่ที่ซื้อมาครั้งเดียวและเล่นได้หลายคน, ไม่ต้องจัดเด็คเหมือน Summoner, มีไพ่เพียง 80 ใบ, รูปภาพน่ารักและผูกกับจักรวาล Summoner Master, ราคาถูก และพกพาได้สะดวก เป้าหมายของเกมคือแข่งกันเก็บไพ่คฑา (Power Card) ให้ได้ครบตามเงื่อนไขก่อนคนอื่น ซึ่งมี 3 แบบคือ เก็บไพ่คฑาให้ได้ครบ 20 ดาว, ให้ได้ครบ 5 ประเภท, หรือให้ได้คฑาประจำอาชีพขั้นสูงของตัวเองให้ครบ 3 อัน โดยเราจะสามารถใช้ไพ่ตัวละคร (Character Card) เพื่อเปลี่ยนเป็นอาชีพขั้นสูง ใช้ไพ่สกิล (Skill Card) เพื่อแกล้งคนอื่นหรือช่วยให้หาคฑาที่ต้องการได้ไวขึ้น หรือใช้ไพ่นางฟ้า (Angel Card) เพื่อทำลายไพ่ใบอื่นหรือป้องกันผลจากไพ่สกิล

mage battle x review power card

ไพ่ Power ที่เราเรียกกว่าไพ่ดาว ไม่ก็ไพ่คฑา

จุดเริ่มสนามรบ จุดจบมิตรภาพ

ในยุคที่ Mage Battle เป็นเกมสามัญประจำห้องเรียน มีช่วงนึงที่เอะอะก็หยิบออกมาเล่น พอนั่งล้อมวง หยิบกล่องออกมา แจกไพ่คนละ 5 ใบ แล้วสมรภูมิก็เริ่มต้นขึ้น ตอนเริ่มเกมทุกคนมีอาชีพเป็นนักเวท (Mage) ในแต่ละรอบเราจะเล่นไพ่ได้ดังนี้

  • ไพ่สกิลไม่เกิน 2 ใบ (หรือ 3 ใบถ้าเราเป็นอาชีพขั้นสูง)
  • ไพ่คฑาไม่เกิน 1 ใบ
  • ไพ่ตัวละครไม่เกิน 1 ใบ
  • ไพ่นางฟ้ากี่ใบก็ได้

เมื่อเราเล่นจนเสร็จแล้วผ่านไปตาคนทางซ้าย เกมจะวนไปเรื่อย ๆ จนมีผู้เล่นเก็บไพ่คฑาได้สำเร็จตามเงื่อนไขก็จะเป็นผู้ชนะไป

ความสนุกของเกมอย่างแรกคือ การเปลี่ยนอาชีพ ตอนเริ่มต้นผู้เล่นทุกคนเป็นนักเวทธรรมดา ๆ ยังไม่ช่ำชองการร่ายมนต์ ระหว่างเกมเราสามารถลงไพ่ตัวละครเพื่อเปลี่ยนเป็นอาชีพขั้นสูง โดยในตอนแรกที่ลงเราต้องทำลายคฑาประจำตัวละครนั้น 1 ใบ หรือทำลายไพ่ตัวละครเก่าของเรา และจะต้องสูญเสียอะไรบางอย่าง เช่น ต้องทิ้งไพ่ทั้งมือ หรือจะจั่วไพ่ในรอบหน้าไม่ได้ แต่ในรอบถัดจากนั้นไป ตัวละครของเราจะได้รับความสามารถพิเศษในการจั่วไพ่ และจะได้รับสิทธิพิเศษเวลาเล่นไพ่สกิลประจำอาชีพของเราบางใบ อาจจะเลือกเป้าหมายได้หรือไม่ก็ความสามารถที่ดีขึ้น

mage battle x review image character card

อาชีพขั้นสูงทั้ง 3 สาย

ความสนุกอีกอย่างหนึ่ง และเรียกได้ว่าเป็นตัวสร้างเสียงหัวเราะในวงเลย ก็คือการแกล้งเพื่อน ไม่มีอะไรที่รสชาติหอมหวานไปยิ่งกว่าการเห็นเพื่อนที่เหิมเกริมเพราะใกล้เส้นชัย แต่ถูกเราใช้ไพ่สกิลใส่จนแผนการพังทลาย และวิ่งแซงแย่งถ้วยรางวัลไปต่อหน้าต่อตา (แนะนำให้เปิดเพลง “ทำไมถึงทำกับฉันได้” ประกอบ) วิธีการทำลายมิตรภาพมาในหลากหลายรูปแบบ ทั้งทิ้งไพ่ ทำลายไพ่ ข้ามรอบ ขโมยไพ่ เรียกได้ว่าถ้าหลวมตัวเข้ามาเล่น Mage Battle แล้วจะไม่มีทางแสนสุขสมนั่งชมวิหคได้ หวาดระแวงทุกเสี้ยววินาที สะดุ้งทุกครั้งที่เพื่อนมองไพ่แล้วเหลียวมามองหน้าเราพร้อมรอยยิ้มที่ริมฝีปาก

เพื่อนสมัยเก่า ในวงการบอร์ดเกมสมัยใหม่

Mage Battle Z ออกจำหน่ายครั้งแรกในปี 2004 เวลาผ่านไป 13 ปี (เรียกได้ว่าถ้ามีลูกตอนนั้นลูกก็เข้าเรียนมัธยมแล้ว) ตอนนี้ปี 2017 ก็มีการเปลี่ยนโฉมใหม่และนำกลับมาผลิตอีกครั้ง Mage Battle X สิ่งที่เปลี่ยนไปในรุ่นนี้ได้แก่

  1. ปรับขนาดไพ่ใหม่ให้ใกล้เคียงขนาดมาตรฐานของการ์ดเกมญี่ปุ่น ทำให้ใช้ซองใสของการ์ดญี่ปุ่นใส่ได้
  2. นำกรอบด้านนอกออก และปรับเปลี่ยนตำแหน่งข้อความและสัญลักษณ์
  3. ขยายขนาดภาพ ปรับแบบแก้ไขใหม่มีมิติและรายละเอียดสูงกว่าเดิม แก้ไขจุดผิดพลาดบางจุดในรุ่นเดิม
  4. คู่มือการเล่น 4 สี (รุ่นก่อนเป็นภาพขาวดำ) และมีรายชื่อไพ่ทั้งหมดในคู่มือ
  5. กล่องใส่ไพ่เป็นกล่องไม้สนนำเข้าจากแคนนาดา มีการพิมพ์โลโก้สีคำว่า Mage Battle X บนกล่อง (รุ่นก่อนเป็นกล่องกระดาษ)
mage battle x review image card comparison

เปรียบเทียบไพ่รุ่นเก่า (บน) และรุ่นใหม่ (ล่าง)

แม้ว่ารูปลักษณ์ภายนอกจะเปลี่ยนไปมากพอสมควร แต่เนื้อเกมยังคงความสนุกได้ไม่เปลี่ยนแปลง เหมือนในสมัยที่บ้านเรายังไม่มีบอร์ดเกมคาเฟ่แพร่หลายเช่นทุกวันนี้

ในวงการบอร์ดเกมสมัยใหม่ Mage Battle ถือว่าเป็นเกมไพ่ที่มีระบบดังนี้

  • Hand Management: บริหารไพ่ในมือ ด้วยการเล่นในสถานการณ์ที่ทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด
  • Set Collection: รวบรวมไพ่ให้ได้ตามชุดที่กำหนดไว้
  • Take That: โจมตีผู้เล่นคนอื่นโดยตรง

ถ้าจะให้เทียบกับเกมไพ่ที่มีระบบการเล่นที่ใกล้เคียงที่สุด ก็คงจะเป็น Fluxx (1997) กับ Munchkin (2001) ที่เกิดก่อน Mage Battle และถูกจัดเป็นเกมคลาสสิคที่ยังคงได้รับความนิยมจนถึงทุกวันนี้ ในเกม Fluxx เราจะแข่งกับเก็บไพ่ให้ได้ครบตามเป้าหมาย คล้ายกับไพ่คฑา แต่ระหว่างเล่นกฎของเกม (เช่น จั่วตาละกี่ใบ เล่นตาละกี่ใบ) และไพ่เป้าหมายจะถูกเปลี่ยนไปตลอด ส่วน Munchkin เป็นเกมแนวตะลุยดันเจี้ยน เราลงไพ่อุปกรณ์และอาวุธเพื่ออัพเกรดตัวละครของเรา เมื่อตอนที่เราใกล้จะชนะก็จะถูกคนอื่นรุมใช้ไพ่แกล้ง ให้อารมณ์คล้าย Mage Battle เวลาที่มีคนเก็บคฑาได้เกือบครบขาดแค่ 1 ใบ ก็จะเนื้อหอมโดนเพื่อนรุมตอม (และรุมตื้บ!)

mage battle x review image euro card game comparison

Fluxx และ Munchkin เป็นการ์ดเกมที่มีรูปแบบคล้ายกับ Mage Battle X

สถานะในอนาคต

ยังจำได้ถึงความกระตือรือร้นเวลาที่เพื่อนหยิบ Mage Battle ออกมาแล้วถามว่า “เล่นกันเปล่า”

ยังจำความคิดที่จะหยิบเกมนี้ติดกระเป๋าทุกครั้งเวลาออกจากบ้าน

ยังจำหน้าตาเพื่อนที่ชื่อกีวี่ (นามสมมติ) ที่ฉุนเฉียวเวลาที่ไข่ (นามสมมติ) ลงไพ่แกล้ง และสุดท้ายก็ล้างแค้นซะจนหงอย

ยังจำความภูมิใจที่ใช้ไพ่สกิลคอมโบจนเก็บไพ่คฑาครบและชนะเกมได้

ในยุคปัจจุบันที่บอร์ดเกมได้รับความนิยมอย่างสูง ในช่วงเวลาที่มีบอร์ดเกมคาเฟ่ในกรุงเทพกว่า 70 สาขา ในขณะที่หลายคนเริ่มเบือนจากหน้าจอมาเจอหน้าล้อมวงเล่นบอร์ดเกมกัน Mage Battle ก็กลับมาอีกครั้งให้พวกเราหายคิดถึงกัน ให้เราได้รำลึกว่าในสมัยที่เราไม่มัวแต่จดจ่อกับจอมือถือ พวกเราเคยนั่งล้อมวงเล่นเกมด้วยกัน ได้ใช้เวลาแห่งเสียงหัวเราะและสร้างความทรงจำไปด้วยกัน

แม้ระบบการเล่นจะไม่ซับซ้อนเท่าบอร์ดเกมสมัยใหม่ ในอุตสาหกรรมที่ผลิตบอร์ดเกมใหม่ปีละไม่ต่ำกว่า 2000 เกม แม้จะไม่มีลูกเล่นหรือนวัตกรรมที่แปลกใหม่ แม้จำนวนไพ่ 80 ใบจะทำให้คุณค่าการเล่นซ้ำน้อย แต่ Mage Battle ก็ยังคงสถานะเกมไพ่แรกของไทยที่ไม่ใช่แนวสะสม เป็นเกมสั้น ๆ ที่กฎไม่ซับซ้อน เข้าถึงเด็กและคนทั่วไปได้โดยไม่มีกำแพงภาษาเข้ามาขวางกั้น เป็นหนึ่งในประตูเข้าสู่โลกบอร์ดเกมที่กว้างใหญ่สำหรับผู้เล่นหน้าใหม่ สามารถหยิบมาเล่นเพื่อสร้างเสียงหัวเราะได้ทุกเมื่อ

จะว่าไป ไม่ได้เพื่อนสองคนนั้นมานานมากละ วันหลังถ้านัดเจอกันต้องท้าประลองเวทกันสักตั้ง

 

กดไลค์เพื่อเป็นกำลังใจให้ทางทีมงานสร้างสรรค์ผลงานดีๆ บทความสนุกๆต่อไป