(Last Updated On: September 27, 2018)

หากคุณคิดว่าการ Back บอร์ดเกมจาก Kickstarter ทำให้คุณสามารถซื้อบอร์ดเกมได้ถูกกว่าปกติ คุณกำลังคิดผิด !! จริงอยู่ที่ว่าในหลาย ๆ โปรเจค ผู้ผลิตเสนอเงื่อนไขให้เหล่า Backer สามารถสนับสนุนโปรเจคและได้รับเกมในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาด แต่รู้หรือไม่ว่า หากคุณรอซื้อในราคา Retail คุณจะได้ในราคาที่ถูกกว่าเสมอ !!

สาเหตุก็เพราะว่าราคาที่ลดลงนั้นคำนวณจากราคาขายหน้าร้าน แต่การที่คุณสั่งเข้ามาจะต้องเสียค่าขนส่ง รวมทั้งภาษีนำเข้าและภาษีมูลค่าเพิ่ม ทำให้ราคาสุดท้ายที่ได้รับมักจะสูงกว่าราคาขายหน้าร้านอยู่เสมอๆ ในขณะที่ร้านขายบอร์ดเกมจะได้ราคาขายส่ง เมื่อรวมค่าส่งและบวกกำไรแล้วยังสามารถขายหน้าร้านในราคาตลาดได้นั่นเอง

สำหรับใครที่ยังไม่รู้ว่า Kickstater คืออะไร และ เราจะสนับสนุนโปรเจ็กต่างๆได้อย่างไร สามารถกลับไปอ่านบทความนี้ได้ [ รู้จัก KICKSTARTER แล้วหรือยัง? โปรเจกบอร์ดเกมใหม่ที่นี่เพียบเลย ]

แล้ว Kickstarter เหมาะกับใครกัน?

เทคนิค บอร์ดเกม Kickstarter

Kickstater เหมาะกับใคร?

กลุ่มแรกที่เหมาะกับการ Back Kicksterter ก็คือกลุ่มนักสะสม เพราะในหลาย ๆ โปรเจค มีการแถมอุปกรณ์ ตัวละคร หรือส่วนเสริมพิเศษของเกมที่ไม่ได้ทำขายทั่วไป ซึ่งหากคุณเป็นนักสะสมแล้วล่ะก็ การ Back โปรเจคโดยตรงก็จะสามารถลดค่าใช้จ่ายได้มากกว่าไปตามหาซื้อจากผู้ที่ back มาเพื่อเอามาขาย แน่นอน

กลุ่มที่สองก็คือ Indy Gamer หรือผู้นิยมเกมแหวกแนวนั่นเอง ในหลายร้อยโปรเจคต่อเดือนของ Kickstarter นั้น รวมไปถึงบอร์ดเกมหรือ Tabletop game ที่มีเอกลักษณ์ของตัวเองมากมาย ซึ่งบางเกมไม่ใช่เกมที่เป็นกระแสหลัก โอกาสจะถูกนำเข้ามาขายในประเทศอาจจะมีไม่มากนัก ดังนั้นหากจะต้องสั่งซื้อจากเว็บต่างประเทศซึ่งต้องเสียภาษีและค่าส่งพอๆกันแล้ว การเลือก Back กับผู้ผลิตโดยตรงก็อาจจะคุ้มค่ากว่า

นอกจากนี้ บอร์ดเกมดี ๆ หลาย ๆ เกม ยังเลือกที่จะทำการผลิตซ้ำผ่าน Kickstarter ซึ่งส่วนใหญ่จะรับจำกัดจำนวน ทำให้การเลือก Back กับ Kicksterter ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจทีเดียว

Back ยังไงให้คุ้มค่า?

เทคนิคที่ 1 เกมที่เรตติ้งดี คนชอบเยอะ ๆ อาจไม่ใช่เกมสำหรับคุณ  

เทคนิค บอร์ดเกม Kickstarter - Step 1

เทคนิคที่ 1

ใน Kickstarter เกมส่วนใหญ่จะเป็นเกมจากผู้ผลิตจากทางสหรัฐซึ่งเน้นในส่วนของคอมโพเนนท์ที่สวยงาม หรือเป็นเกมแนวเนื้อเรื่อง ซึ่งเกมเหล่านี้จะได้รับความนิยมเป็นอย่างดี แต่หากคุณเป็นแฟนยูโรเกมที่เน้นระบบการเล่น ต้องระวังตกหลุมพรางเกมดังที่ไม่ใช่แนวไว้ให้ดี

เทคนิคที่สำคัญในการเลือกเกมก็คือต้องศึกษารายละเอียดของเกม ทั้งวิธีเล่น กฎการเล่น รายละเอียดของส่วนประกอบของเกม ในบางโปรเจคจะมี Print and Play ให้ลองดาวน์โหลดและพิมพ์ออกมาเล่นเอง หากสนใจก็ควรลองพิมพ์ออกมาเล่นดูจริง ๆ ซึ่งจะทำให้เข้าใจถึงกฎและแนวทางของเกมได้ดีขึ้น รวมถึงการอ่านรีวิวมาก ๆ ถ้าหากภาษาอังกฤษไม่แข็งแรง อาจจะคอยติดตามเพจที่ทำโปรเจกมาเขียนรีวิว/พรีวิวโปรเจ็กต่างๆ หรือถามตามเพจเหล่านั้นก็ได้ วิธีเหล่านี้จะช่วยให้การตัดสินใจแม่นยำขึ้น

เทคนิคที่ 2 ผู้ออกแบบที่ยอดเยี่ยม ไม่ได้สร้างเกมที่ดีได้เสมอไป

เทคนิค บอร์ดเกม Kickstarter - Step 2

เทคนิคที่ 2

ไม่ว่าจะเป็นสุดยอดเกมดีไซเนอร์คนไหนก็ต้องเคยสร้างเกมที่เล่นไม่สนุกหรือเกมที่มีข้อผิดพลาด ออกมาบ้าง ดังนั้น การที่เกมก่อนหน้าเรตติ้งถล่มทลาย สนุกขนาดที่ได้เจอทุกวงบอร์ด ก็ไม่ได้แปลว่าโปรเจคปัจจุบันจะเด็ดดวงไปด้วย รวมถึงภาคเสริมหรือภาคต่อของเกมดังก็เช่นกัน ให้คิดว่าทุกโปรเจค เป็นของใหม่เสมอ ศึกษาให้แน่ใจก่อนที่จะเลือก

เทคนิคที่ 3 นกที่ตื่นเช้ามักจะได้กินหนอนตัวใหญ่สุด

เทคนิค บอร์ดเกม Kickstarter - Step 3

เทคนิคที่ 3

ในหลาย ๆ โปรเจคจะมีช่วงเวลาที่เรียกว่า Early bird ซึ่ง Backer ที่เลือก Back ก่อนจะมีสิทธิ์ได้รับเกมในราคาที่ถูกกว่า ในหลาย ๆ โปรเจคอาจถูกกว่าถึง 20-30 USD ก็คิดเป็นเงินราวๆ 700-1000 บาท ดังนั้นการเลือก Pledge Early Bird ก็จะทำให้ช่วยลดค่าใช้จ่ายลงไปได้

ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องเกมจะไม่ใช่ที่ชอบ เพราะ Kickstarter เปิดโอกาสให้เหล่า Backer ได้ยกเลิกการสนับสนุนได้ตลอดเวลาโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ตราบใดที่ยังไม่ถึงวันสิ้นสุดโครงการ แต่หากเป็น Early Bird ที่จำกัดจำนวน ก็ควรจะพิจารณาให้ดีก่อนที่จะเลือก เพื่อที่จะไม่เป็นการทำให้คนอื่นเสียโอกาส

เทคนิคที่ 4 หมั่นอ่าน Update และ Comment ของเกมที่เลือก

เทคนิค บอร์ดเกม Kickstarter - Step 4

เทคนิคที่ 4

มีหลาย ๆ ครั้งที่ผู้ผลิตเกมมักจะเปลี่ยนรายละเอียดของเกมกลางคัน ซึ่งโดยส่วนมากแล้วจะมีการแจ้งให้ทราบทาง Update หรือทาง Comment นอกจากนี้ การพิมพ์ข้อความในส่วน Comment ยังเป็นช่องทางที่สามารถสื่อสารกับผู้ผลิตได้โดยตรง หากมีข้อข้องใจสงสัยหรือไม่แน่ใจ ก็อย่าเก็บไว้ พิมพ์ถามผู้ผลิตได้เลย เพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจว่าควรจะไปต่อหรือสละเรือ โดยช่อง Comment สามารถใช้ได้เฉพาะผู้ที่ทำการ Back แล้วเท่านั้น ควรพิจารณาให้ดี หากเห็นท่าไม่ไหว เราก็สามารใช้สิทธิ์ในการยกเลิกการสนับสนุนได้

เทคนิคที่ 5 Stretch Goal นั้นมีหลากหลายมากมายเหลือคณานับ อย่าปล่อยให้มันเป็นตัวกำหนดชีวิตคุณ

เทคนิค บอร์ดเกม Kickstarter - Step 5

เทคนิคที่ 5

Stretch Goal (SG) เป็นเหมือนของแถมสำหรับการที่โปรเจคประสบความสำเร็จในการระดมทุน ซึ่งพอถึงยอดเงินที่กำหนด ผู้ผลิตก็จะมีการแถมของ หรือปรับปรุงคุณภาพของเกม ซึ่งในแต่ละโปรเจคก็จะมี SG ที่ต่างกันไป เช่น

  • Kickstarter (KS) exclusive หมายถึงสิ่งที่แถมมาให้นั้นจะไม่ปรากฏใน Retail Version และไม่มีขายนอกโปรเจค
  • KS Premium หมายถึงสิ่งที่แถมมานั้นไม่มีใน Version ขายทั่วไป แต่มีขายนอกโปรเจค (คือถ้า Back จะได้ฟรี แต่ถ้าซื้อตามร้านจะต้องซื้อเพิ่มเอง)
  • Upgrade หมายถึงสิ่งที่แถมมานี้ จะมีใน Retail Version ด้วย

การที่มี SG เยอะๆ ก็อาจจะทำให้เกมมีมูลค่ามากขึ้นในราคาเท่าเดิม แต่ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้เกมสนุกขึ้นเสมอไป หลายๆโครงการ SG ที่เพิ่มเข้ามากลับทำให้เกมเสียสมดุล หรือปรับเปลี่ยนแนวทางจากเริ่มต้นไปเยอะโดยไม่จำเป็น

เทคนิคที่ 6 ค่าส่งและเงื่อนไขนั้นสำคัญยิ่ง

เทคนิค บอร์ดเกม Kickstarter - Step 6

เทคนิคที่ 6

ในหลาย ๆ โปรเจค โดยเฉพาะเกมขนาดใหญ่ หรือเกมที่คาดไว้ว่าจะมี SG จำนวนมหาศาล จะไม่ได้รวมค่าส่งไว้ใน Pledge เพราะไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ว่าของที่เป็น SG จะมีจำนวนมากแค่ไหนและขนาดใหญ่เท่าใด

ดังนั้นให้เตรียมใจไว้ก่อนว่าค่าส่งจะไม่ต่ำกว่า 1,000 บาทแน่นอนสำหรับเกมขนาดใหญ่  ในบางเกมค่าส่งอาจจะมากกว่า 100 USD (ประมาณ 3,400 บาท) เลยทีเดียว ยิ่งถ้ามีการแยกส่งเป็นหลายเที่ยวค่าส่งจะยิ่งสูงขึ้น แต่ค่าส่งที่เป็นเงื่อนไขนี้ จะไม่ตัดเงินทันทีหลังจบโปรเจค แต่จะเรียกเก็บเพิ่มใน Pledge Manager

บางโปรเจคจะอธิบายค่าจัดส่งไว้อย่างชัดเจนว่าโซนไหนค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ ให้นำส่วนนี้มาคำนวณก่อนตัดสินใจด้วย

เทคนิคที่ 7 Add-on นั้นไซร้ ให้ซื้อทีหลัง

เทคนิค บอร์ดเกม Kickstarter - Step 7

เทคนิคที่ 7

ในหลาย ๆ โปรเจค จะมีจำนวนส่วนเสริมให้เลือกซื้อเพิ่มจำนวนมหาศาล หรือบางโปรเจคก็จะมี Pledge Level All-in ที่จะรวม Add-on ทุกอย่างที่มีในคราวเดียว ซึ่งจะลดราคาจากการซื้อแยกให้มากบ้างน้อยบ้าง หรือบางโปรเจคไม่ได้ลดให้เลยก็มี

ควรสังเกตและเปรียบเทียบดีๆ Add-on บางอย่างเป็น KS Exclusive ไม่สามารถหาซื้อหลังจบโปรเจคได้ แต่อาจจะไม่จำเป็นต้องเลือก Pledge ที่รวม Add-on เสมอไป เนื่องจากพอหลังจากจบโปรเจคแล้วระยะเวลาหนึ่ง ผู้ผลิตจะส่งโปรแกรมจัดการการสั่งซื้อที่เรียกว่า Pledge Manager มาให้กับเหล่า Backer ที่สนับสนุนโปรเจค เพื่อให้ยืนยันที่อยู่จัดส่งและยืนยันการสั่งซื้อ ในขั้นตอนนี้ เราจะสามารถเพิ่มจำนวนชุดที่ซื้อ หรือเพิ่ม Add-on ทุกชนิดไม่ว่าจะเป็น KS exclusive หรือไม่ ที่ต้องการได้อย่างอิสระ โดยที่จะต้องจ่ายส่วนต่างจากยอดที่ถูกเก็บไปแล้วตอนจบโครงการ ในกรณีของ Add-on ที่ไม่ได้เป็น Exclusive เราอาจจะรอให้เป็น Retail Version แล้วค่อยซื้อตามทีหลังก็ได้ ซึ่งราคาจะไม่ต่างกันมากนัก

เทคนิคที่ 8 เตะไม่ทันก็ยังเตะได้ ในหลายๆโปรเจค

เทคนิค บอร์ดเกม Kickstarter - Step 8

เทคนิคที่ 8

เมื่อจบระยะเวลาสนับสนุนแล้ว ยังมีช่วงเวลาระยะหนึ่งที่เปิดโอกาสให้ทำการ Late pledge หรือสั่งซื้อสินค้า Kickstarter Version ได้ในราคาเท่ากัน และได้สินค้าเหมือนกัน แต่ต้องทำความเข้าใจกับเงื่อนไขให้ดี ซึ่งในบางโปรเจค Late pledge จะถูกส่งสินค้าให้ในรอบหลัง ๆ ซึ่งจะช้ากว่า Backer ทั่วไป

นอกจากนี้ ยังมีร้านรับ Preorder สำหรับ Kickstarter หรือที่เรียกกันว่า Backer store โดยทางร้านจะรับ Preorder ในช่วงเวลาหลังจบโปรเจคไปแล้ว ในไทยเองก็มีหลายร้าน แต่อาจจะไม่ได้รับ Preorder ทุกโปรเจค โดยจากประสบการณ์ส่วนตัวของผมแล้ว ราคา Preorder อาจจะดูเหมือนแพงกว่าการไป Back เอง แต่ถ้าคำนวณค่าส่ง และภาษีรวมเข้าไปด้วยแล้ว ค่าใช้จ่ายในการ Preorder จะไม่ต่างจากการ Back ด้วยตัวเองเท่าไหร่ เหตุผลที่สามารถขายได้ในราคาเท่ากันก็คือ ในหลายๆโปรเจคจะมีราคาส่งสำหรับร้านขายส่งในสหรัฐ ซึ่งบางเกมอาจจะถูกกว่าราคา backer ทั่วไปถึง 40% ซึ่งส่วนต่างตรงนี้ทำให้สามารถขายในราคา Pledge ทั่วไป โดยที่ร้านยังมีกำไรอยู่

เทคนิค บอร์ดเกม Kickstarter - Backer Store

BackerKit มีหนึ่งในบริการคือการรับ Pre-Order ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ บน Kickstarter

ข้อดีของการ Pre-order กับ Backer store คือ

  1. คุณไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินทั้งก้อนเหมือนกับการ Back เอง ส่วนใหญ่จะมีการเก็บมัดจำและจ่ายส่วนที่เหลือเมื่อสินค้ามาถึง
  2. ค่าใช้จ่ายชัดเจนแน่นอน ไม่ต้องกังวลกับค่าภาษีนำเข้า (ปกติอยู่ที่ 20% +VAT 7% แต่จะคำนวณตาม invoice หรือตามราคาตลาดขึ้นอยู่กับศุลกากร)
  3. ลดความเสี่ยงเรื่องสินค้าชำรุด หากคุณทำการ Back เอง บางครั้งอาจมีโอกาสที่สินค้าชำรุดในขั้นตอนการจัดส่ง แต่หากเป็นกับทางร้าน การจัดส่งจำนวนมากจะช่วยให้โอกาสเกิดความเสียหายน้อยลง และหากเกิดความเสียหาย โดยมากทางร้านจะเป็นผู้รับผิดชอบเอง

การเฝ้าดูโปรเจค Kickstarter ที่ตัวเองสนับสนุนค่อย ๆ เติบโตก็เป็นความตื่นเต้นอย่างหนึ่งที่ทำให้หลาย ๆ คนหลงใหลใน Kickstarter แต่หากต้องเสียเงินเพื่อสิ่งใดแล้ว สิ่งนั้นก็ควรจะเป็นสิ่งที่ทำให้เรามีความสุขอย่างแท้จริง หวังว่าเทคนิคต่าง ๆ ที่ได้แนะนำไปในคราวนี้ จะช่วยให้เพื่อน ๆ เข้าใจ Kickstater มากขึ้น และสามารถ Back โปรเจคที่ตัวเองชอบได้อย่างคุ้มค่า

เราจะกระเป๋าแบนไปด้วยกัน “You’ll never be broke alone”

บทความโดย คุณ Anantawat Bank Neamploy
คุณพ่อลูกสองผู้ถนัดเกมแนว RPG และ Deck building ที่ชอบเล่นบอร์ดเกมกันทั้งครอบครัว

สนใจมาร่วมแจมเขียนบทความกับเรา ติดต่อได้ที่ Facebook Page เลย
ติดตามเรื่องราวบอร์ดเกมและเกมต่างๆ
หรือมาพูดคุยกันได้ทุกวันที่ Facebook ของเรา กดไลค์เลย