(Last Updated On: September 27, 2017)

ช่วงนี้บอร์ดเกมกำลังได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นไม่เพียงเฉพาะในไทยเท่านั้น แต่นี่เป็นกระแสทั่วโลกครับ ด้วยเหตุนี้จึงมีเกมใหม่ ๆ ออกมามากมาย แต่ขณะเดียวกัน เหล่าผู้ผลิตก็พยายามจะหาตลาดใหม่ ๆ จากเทคโนโลยีที่ได้กลายมาเป็นเหมือนปัจจัยใหม่ของโลกยุคนี้ นั่นก็คืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ต เหล่าผู้ผลิตบอร์ดเกมสามารถตัดตัวกลางนั้นคือการผลิตอุปกรณ์เกม แล้วสร้างแอพให้ผู้บริโภคได้เล่นกันในทันที ผมเองก็เสียเงินไปกับเกมบนอุปกรณ์เหล่านี้บ้างเหมือนกัน ตัวอย่างเช่น Carcassonne, Splendor และ Race for the Galaxy แต่เมื่อผมได้เล่นเกมเหล่านี้แล้วก็มีคำถามหนึ่งผุดขึ้นมาในใจ นั่นก็คือประสบการณ์การเล่นเกมบนโต๊ะกับเพื่อน ๆ ต่างกับการเล่นบนอุปกรณ์เหล่านี้อย่างไรครับ

ส่วนตัวแล้วผมคิดว่าการเล่นบอร์ดเกมบนโต๊ะกับคนอื่น ๆ นั้นดีกว่าการเล่นบอร์ดเกมผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เรามาดูกันดีกว่าว่าทำไมผมจึงคิดเช่นนั้น

ยกที่ 1: การเข้าใจกฎ

Tutorial - บอร์ดเกมตั้งโต๊ะ บอร์ดเกมบนมือถือ อะไรดีกว่ากัน

ภาพสอนการเล่นเกมในแอพ ของ เกม Patchwork บน iPad

เกมบนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มักจะบังคับใช้กฎให้เองโดยอัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็นการบอกว่าในเฟสต่อไปต้องทำอะไร ไพ่ใบนี้ลงได้หรือไม่ หรือว่าเกมจบแล้วหรือยัง ผู้เล่นไม่จำเป็นต้องเข้าใจเงื่อนไขมากนัก แค่ดูว่าเกมบอกอะไรเราบ้างก็พอแล้ว ส่วนถ้าเล่นบนโต๊ะกับเพื่อน ๆ เราต้องเข้าใจกฎอย่างถ่องแท้เพื่อดูว่าทำอะไรได้บ้าง แน่นอนว่าเมื่อเราเล่นเกมบนโทรศัพท์มือถือเราก็ควรจะเข้าใจกฎการเล่นเพื่อจะให้สามารถเล่นได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด สามารถหากลยุทธ์ให้มีโอกาสชนะได้มากที่สุด แต่เนื่องจากคอมพิวเตอร์เป็นผู้บังคับใช้กฎ ทำให้ผู้เล่นมีโอกาสที่จะขี้เกียจเข้าใจกฎอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับการเล่นบนโต๊ะ ได้แต่กด Skip ผ่านคำอธิบายกฎไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะได้เล่นเกม

ยกที่ 2: ปฏิสัมพันธ์ในเกม

นี่เป็นอีกจุดหนึ่งที่ผมคิดว่าเกมบนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ด้อยกว่าการเล่นเกมบนโต๊ะ กล่าวคือโดยเฉพาะในเกมที่ปฏิสัมพันธ์ภายในเกมระหว่างผู้เล่นด้วยกันไม่ได้มีมากอยู่แล้ว (อย่างเช่น Race for the Galaxy, Dominion หรือ Carcassonne) การเล่นเกมผ่านอุปกรณ์เหล่านี้อาจทำให้ผู้เล่นสนใจการกระทำของผู้เล่นคนอื่น ๆ น้อยลงไปอีก ข้อด้อยนี้ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากขนาดหน้าจอของอุปกรณ์ ที่บังคับให้ผู้ผลิตต้องลดหรือย่อข้อมูลของผู้เล่นคนอื่น ๆ ลง และเน้นเฉพาะข้อมูลของผู้เล่นหลักมากกว่า

Tablue - บอร์ดเกมตั้งโต๊ะ บอร์ดเกมบนมือถือ อะไรดีกว่ากัน

ภาพเกม Race for the Galaxy ใน iPad

ตัวอย่างเช่นในภาพหน้าจอนี้ของเกม Race for the Galaxy จะเห็นได้ว่าเราเห็นไพ่ทุกใบที่เราเล่นแล้ว กับไพ่ทุกใบในมือพร้อมรายละเอียด แต่ในส่วน tableau ของผู้เล่นคนอื่น ๆ เราจะเห็นแค่ราคาและชนิดของทรัพยากรเท่านั้น ในกรณีที่เล่นบนโต๊ะจริง ๆ เราจะสามารถดูไพ่บน tableau ของผู้เล่นคนอื่น ๆ ได้ทันที ทำให้สามารถเข้าใจได้ดีกว่าว่าผู้เล่นแต่ละคนใช้กลยุทธ์แบบใด

ยกที่ 3: ปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เล่น

ปฏิสัมพันธ์ในครอบครัว - บอร์ดเกมตั้งโต๊ะ บอร์ดเกมบนมือถือ อะไรดีกว่ากัน

ปฏิสัมพันธ์กับคนจริงเวลาเล่นบอร์ดเกม สามารถทำให้อ่านสถานการณ์ และ สนุกมากขึ้น

นอกจากภายในเกมแล้วยังมีปัจจัยด้านสังคมที่การเล่นเกมผ่านอุปกรณ์ต่างจากการเล่นกันบนโต๊ะจริง ๆ กล่าวคือเราจะไม่เห็นสีหน้าท่าทางของผู้เล่นคนอื่น ๆ อีกทั้งยังไม่สามารถพูดคุยได้อย่างเป็นอิสระเหมือนกับการเล่นแบบเจอหน้ากันจริง ๆ อีกด้วย ถ้าเล่นกันบนคอมพิวเตอร์กับเพื่อน ๆ ก็คงคุย Skype พร้อมกันไปด้วยได้ แต่ถ้าเล่นบนโทรศัพท์มือถือกับคนแปลกหน้าก็คงคุยได้ลำบาก แถมยังจะเปลืองแบตอีกด้วย ถ้าผู้เล่นสนใจเพียงแค่ว่าจะเล่นอย่างไรให้ดีมีโอกาสชนะได้มากที่สุดก็คงไม่มีปัญหาอะไร แต่ผมคิดว่าปัจจัยทางสังคมก็เป็นจุดหนึ่งที่ทำให้บอร์ดเกมสนุก การสูญเสียโอกาสด้านนี้ถือว่าน่าเสียดายมากทีเดียว

ยกที่ 4: สถานที่และประเภทผู้เล่น

ข้อดีที่เห็นเด่นชัดของการเล่นบอร์ดเกมผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์คือการที่สามารถเล่นเกมได้ที่ไหนเมื่อไรก็ได้ อีกทั้งยังสามารถเล่นออนไลน์เจอกับผู้เล่นคนอื่น ๆ ทั่วโลก หรือเล่นกับ AI ที่มักจะมีในเกมอยู่แล้วด้วย ข้อดีนี้ทำให้ผู้เล่นสามารถเล่นได้บ่อยและหลากหลายกว่าการเล่นบนโต๊ะจริง ๆ สามารถใช้ฝึกฝนได้บ่อยกว่ามาก

บอร์ดเกมตั้งโต๊ะ บอร์ดเกมบนมือถือ อะไรดีกว่ากัน

บอร์ดเกมบนอุปกรณ์พกพาสามารถเล่นที่ไหนเมื่อไหร่ก็ได้


แน่นอนว่าข้อดีข้อเสียของการเล่นบอร์ดเกมแต่ละแบบขึ้นอยู่กับวิธีการเล่นและความตั้งใจของผู้เล่นเกม ตัวอย่างเช่น ผู้เล่นบนคอมพิวเตอร์ที่พยายามเข้าใจกฎอย่างละเอียดและตั้งใจดูว่าผู้เล่นคนอื่น ๆ ทำอะไรบ้างในแต่ละตา ก็จะสามารถแก้ไขข้อเสียไปได้มาก อย่างไรก็ตามอินเทอร์เฟสของเกมบนอุปกรณ์เหล่านี้มักจะไม่กระตุ้นให้ผู้เล่นสนใจสิ่งที่ผู้เล่นคนอื่นทำ

อย่างนี้ก็หมายความว่าไม่มีทางที่บอร์ดเกมบนอุปกรณ์เหล่านี้จะดีเท่ากับการเล่นจริง ๆ เลยหรือ?

ผมคิดว่าเทคโนโลยีที่จะมาช่วยบรรเทาข้อเสียดังกล่าวของการเล่นเกมผ่านคอมพิวเตอร์หรือแม้กระทั่งช่วยทำให้ประสบการณ์การเล่นดียิ่งไปกว่าการเล่นบอร์ดเกมกันบนโต๊ะก็คือ เทคโนโลยี VR (Virtual Reality – ความเป็นจริงเสมือน) ครับ

เทคโนโลยี VR นี้จะช่วยแก้ไขปัญหาข้อที่ 2 และ 3 ที่ผมกล่าวไว้ข้างต้น นั่นก็คือปัญหาปฏิสัมพันธ์ในเกมและปัญหาปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เล่น กล่าวคือเมื่อผู้เล่นเข้าไปอยู่ในโลกความเป็นจริงเสมือนแล้วก็จะสามารถมองดูรอบทิศได้ ทำให้ผู้ผลิตไม่ถูกจำกัดด้วยอินเทอร์เฟสบนอุปกรณ์ต่าง ๆ อีกต่อไป ผู้เล่นสามารถขยับหัวเพื่อชะโงกดูไพ่บนโต๊ะของผู้เล่นคนอื่น ๆ ได้อย่างง่ายดายและเป็นธรรมชาติ ผู้เล่นสามารถพูดคุยและเห็นใบหน้าของผู้เล่นคนอื่น ๆ ได้ราวกับนั่งอยู่ด้วยกันจริง ๆ

โปรแกรมที่สามารถให้ผู้ใช้เล่นบอร์ดเกมกันผ่านอินเทอร์เน็ตในสภาพแวดล้อมแบบ VR ก็มีแล้วในตอนนี้ นั่นก็คือ Tabletop Simulator แต่ก็ยังมีข้อจำกัดอยู่มาก เช่น ยังไม่สามารถมองเห็นใบหน้าจริง ๆ ของผู้เล่นคนอื่น ๆ ทั้งต้องการคอมพิวเตอร์ที่มีสมรรถนะสูงพอสมควร และการสร้างเกมใน Tabletop Simulator เองนั้นทำได้ยากอยู่

สภาพปัจจุบันของการเล่นบอร์ดเกมบนคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ก็เป็นตามนี้ครับ นั่นก็คือยังไม่พร้อมจะเข้ามาแทนที่การเล่นแบบเจอหน้ากันจริง ๆ ได้ แต่ขณะเดียวกันก็มีอนาคตที่น่าจับตามองอย่างมาก และคงเป็นความจริงได้ในอนาคตอันใกล้ตามวีดีโอตัวอย่างของ Catan VR ด้านล่าง ผมก็หวังว่าในอนาคตเราจะสามารถเล่นบอร์ดเกมด้วยกันกับเพื่อน ๆ ราวกับนั่งเล่นอยู่ด้วยกันจริง ๆ แม้ว่าจะอยู่กันคนละซีกโลกก็ตามครับ

ภาพบางส่วนจาก

https://www.imore.com/best-ipad-board-games

https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Family_playing_a_board_game_(2).jpg