(Last Updated On: July 22, 2017)

 

เกมจดหมายรัก (Love Letter) เป็นการ์ดเกมแนวคาดคะเน (deduction) โดยผู้เล่นต้องแข่งขันกันส่งสารรักไปให้องค์หญิงแห่งมหานครรัฐเทมเพสท์ ในแต่ละรอบเราต้องเดาว่าคนอื่นถือการ์ดอะไร และพยายามหาการ์ดที่มีตัวเลขมากที่สุดตอนจบรอบเพื่อที่จะได้รับหัวใจเสน่หาจากองค์หญิงไปครอบครอง

ความเจ๋งของเกมนี้คือ มีอุปกรณ์หลักคือการ์ดเพียง 16 ใบเท่านั้น ถึงแม้ว่าจะเป็นเกมที่อุปกรณ์น้อยและเล่นง่าย กระนั้นเกมนี้ก็มีประวัติที่มาที่ไปอันน่าสนใจ วันนี้มะนาวจะมาเล่าเรื่องราวที่มาที่ไปของเกมจดหมายรัก ตั้งแต่รุ่นแรกที่เป็นภาษาญี่ปุ่น จนมาถึงรุ่นภาษาไทยที่จัดทำโดย Siam Board Games

สำหรับใครที่สนใจการรีวิวและวิธีการเล่น อ่านได้ที่: รีวิวและสอนเล่น การ์ดเกม จดหมายรัก (Love Letter)

ประวัติ Love Letter จากรุ่นสู่รุ่น

เกมนี้ออกจำหน่ายครั้งแรกในเดือนพฤษภาคม 2012 ในฉบับภาษาญี่ปุ่น ออกแบบโดยคุณ Seiji Kanai โดยเป็นเกมลำดับที่ 3 ในซีรี่ย์ “เกม 500 เยน” ความพิเศษของรุ่นนี้คือบรรจุภัณฑ์มีลักษณะเป็นซองจดหมาย แทนที่จะเป็นกล่องที่เราเห็นกันทั่วไป

love letter universe image first edition

รุ่นแรก (ภาษาญี่ปุ่น)

ต่อมาในเดือนตุลาคม 2012 บริษัท Japon Brand ก็ได้แปลเกมนี้เป็นฉบับภาษาอังกฤษและนำมาขายในงาน Essen 2012 ในรูปแบบซองจดหมายเช่นเดียวกัน และใช้รูปเดียวกันกับรุ่นภาษาญี่ปุ่นรุ่นแรก

ในขณะเดียวกันบริษัท Anderac Entertainment Group (AEG) ก็ได้แปลเกมนี้เป็นภาษาอังกฤษ โดยนับเป็นรุ่นที่ 2 ในรุ่นนี้ AEG ได้เปลี่ยนรูปใหม่ทั้งหมด และเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์เป็นถุงผ้ากำมะหยี่สีแดงแทน โดยวางจำหน่ายครั้งแรกในงาน Essen 2012 ในปีเดียวกัน

love letter universe image english edition

รุ่นที่ 2 (ภาษาอังกฤษ)

ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2556 บริษัท AEG ก็วางขายรุ่นภาษาอังกฤษรุ่นที่ 3 ภายใต้ชื่อ Love Letter: Kanai Factory Limited Edition โดยกลับไปใช้รูปการ์ดเหมือนรุ่นภาษาญี่ปุ่น และเพิ่มการ์ดโปรโม 2 ใบ โดยเป็นการ์ดเจ้าหญิง 1 ใบ และการ์ดเจ้าชาย 1 ใบ ใช้แทนการ์ดเจ้าหญิงของเดิมได้

love letter universe photo third edition

รุ่นที่ 3 (ภาษาอังกฤษ) ตัวอย่างการ์ดด้านขวามาจากรุ่นภาษาญี่ปุ่น

จากนั้น Love Letter ก็ได้ถูกแปลเป็นภาษาอื่น ๆ นอกจากภาษาญี่ปุ่นรวมแล้วถึง 20 ภาษาด้วยกัน ! และยังมีรุ่นอื่น ๆ ที่ปรับบรรจุภัณฑ์ เปลี่ยนรูปการ์ด เช่นรุ่นงานแต่ง (Wedding Edition) มีการเปลี่ยนซองกำมะหยี่จากสีแดงเป็นสีขาว และให้เจ้าหญิงใส่ชุดเจ้าสาวแทน หรือรุ่นที่เปลี่ยนธีมเป็นคริสมาสและเปลี่ยนเป้าหมายเกมเป็นการส่งจดหมายให้ซานตาคลอสแทน ไม่ก็เปลี่ยนไปเป็นยุคเอโดะในประเทศญี่ปุ่นไปเลยกับรุ่น Legend of the Five Rings

love letter universe photo wedding edition

รุ่นพิเศษ Wedding Edition

Love Letter ในจักรวาลอื่น

ความนิยมของ Love Letter ไม่ได้หยุดอยู่แค่นี้ เพราะมีการซื้อลิขสิทธิ์ระบบของเกมเพื่อนำไปใส่ธีมใหม่ที่มาจากหนังสือหรือภาพยนตร์ชื่อดัง เช่น Batman, Star Wars, The Hobbit, Munchkin, Lovecraft, Adventure Time, The Story of Harap Alb แต่ละรุ่นก็มีการปรับเปลี่ยนกฎและการ์ดตัวละครเพื่อให้เข้ากับธีม อย่างใน Batman หน้าที่เราคือไปปราบเหล่าวายร้าย โดยกฎที่เพิ่มมาคือถ้าเราเล่นการ์ดหมายเลข 1 และทายตัวเลขการ์ดในมือผู้เล่นคนอื่นถูกต้อง เราจะได้ 1 คะแนนด้วย

love letter universe photo other title

Love Letter ในจักรวาลอื่น

เปรียบเทียบรุ่นแรก และรุ่นของ Siam Board Games

ข้อแตกต่างระหว่างเกมจดหมายรักภาษาญี่ปุ่นรุ่นแรกและเกมจดหมายรักภาษาไทยของ Siam Board Games (SBG) คือ

  • ชื่อการ์ดบางใบแตกต่างกัน (เช่น การ์ดหมายเลข 2 ในรุ่นแรกเป็นตัวตลก)
  • ความสามารถการ์ดหมายเลข 7 อธิบายต่างกัน แต่ความสามารถเหมือนกัน (ในรุ่นแรกอธิบายว่า เราต้องทิ้งการ์ดเลข 7 ถ้าผลรวมการ์ดในมือเรามากกว่าหรือเท่ากับ 12)
  • ในรุ่นแรกจะเล่นเพียงรอบเดียวจบ ในขณะที่รุ่นภาษาไทยจะเล่นหลายรอบจนกว่าจะมีผู้เล่นที่ทำคะแนนได้ตามเป้าหมาย

ส่วนกฎและวิธีเล่นในส่วนอื่นนั้นเหมือนกันทุกประการ

love letter universe photo universe

เปรียบเทียบรุ่นแรก ภาษาญี่ปุ่น (ซ้าย) และรุ่นภาษาไทย (ขวา)

ข้อแตกต่างระหว่างเกมจดหมายรักภาษาไทยกับเกมจดหมายรักรุ่นที่ 2 ที่เป็นภาษาอังกฤษ มีอยู่ 3 จุดด้วยกันคือ

  • บรรจุภัณฑ์: รุ่นที่ 2 ใช้ถุงผ้ากำมะหยี่สีแดง ในขณะที่รุ่นภาษาไทยใช้กล่อง
  • รูปภาพ รุ่นภาษาไทยวาดใหม่หมด
  • ตัวนับคะแนน: รุ่นที่ 2 ใช้ลูกบาศก์ไม้สีแดง ในขณะที่รุ่นภาษาไทยใช้หัวใจเสน่หาแทน
love letter universe photo comparison english version

เปรียบเทียบรุ่นที่ 2 ภาษาอังกฤษ (ซ้าย) และรุ่นภาษาไทย (ขวา)

การ์ดเกมที่ต่อยอดมาจาก Love Letter

เกมต่าง ๆ ที่กล่าวไว้ข้างต้นเป็นรุ่นที่ถอดแบบมาจาก Love Letter โดยอาจมีการ์ดหรือกฎเพิ่มเติมเข้าไป แต่ก็มีบางเกมที่หยิบกลไกการเล่นพื้นฐาน นั่นคือการให้ผู้เล่นถือการ์ดไว้ 1 ใบ และจั่ว 1 ใบแล้วเลือกเล่นการ์ด แล้วเพิ่มลูกเล่นหรือความซับซ้อนลงไป

เกมที่โดดเด่นที่สุดคือ Lost Legacy ซึ่งออกแบบโดยนักออกแบบคนเดิมคือคุณ Seiji Kanai แต่รอบนี้มาในธีมของการผจญภัย โดยผู้เล่นต้องพยายามหาให้ได้ว่าการ์ด Lost Legacy (ตำนานที่สาบสูญ) อยู่กับผู้เล่นคนใด หรือถูกฝังไว้ในซากปรักหักพังแห่งไหน รูปแบบการเล่นเหมือน Love Letter นั่นคือเราจะถือการ์ดไว้ 1 ใบและจั่ว 1 ใบเพื่อเลือกมาเล่น แต่เมื่อจบรอบผู้เล่นจะผลัดกันทายตำแหน่งของ Lost Legacy โดยผู้เล่นที่ถือการ์ดที่มีเลขน้อยสุดจะได้สิทธิ์ทายก่อน

ความน่าสนใจของ Lost Legacy ก็คือ ในรุ่นภาษาอังกฤษนั้นมีภาคเสริมถึง 7 ภาคเลยนะ ! ซึ่งแต่ละภาคก็ประกอบด้วยการ์ด 16 ใบเท่ากัน สามารถเล่นแยกกันได้ หรือเอาการ์ดจากหลาย ๆ ภาคมารวมกันให้รูปแบบเกมแปลกใหม่หรือเพิ่มจำนวนคนเล่นก็ได้

love letter universe photo lost legacy

Lost Legacy ภาษาญี่ปุ่น (ซ้าย) และภาษาอังกฤษ (ขวา)

อีกเกมหนึ่งคือเป็นเกมจดหมายรักพรีเมียม (Love Letter Big Box) ซึ่งนอกจากจะใช้การ์ดที่มีขนาดใหญ่ขึ้นแล้ว ยังใส่การ์ดเพิ่มขึ้นอีก 16 ใบ รวมเป็น 32 ใบ ทำให้จำนวนผู้เล่นเพิ่มขึ้นเป็น 8 คน ซึ่งการ์ดที่เพิ่มขึ้นมาจะเป็นการ์ดใหม่ที่มีความสามารถแตกต่างกัน เช่นการ์ดนักฆ่า (เลข 0) สามารถฆ่าผู้เล่นที่ใช้การ์ดราชองครักษ์ (เลข 1) หรือการ์ดบิชอป (เลข 9) สามารถทายเลขการ์ดในมือคนอื่น ถ้าทายถูกจะได้หัวใจเสน่หา 1 ดวง เป็นต้น

love letter universe photo big box premium

Love Letter Premium

รางวัล

เกมจดหมายรักได้รับรางวัลจากการประกวดต่าง ๆ มากมาย เรียกได้ว่าจำนวนรางวัลและเกียรติยศมีมากพอ ๆ กับจำนวนการ์ดในเกมเลย เห็นแล้วถึงกับต้องร้องว้าวเลยล่ะ

  • เกมแนะนำโดย Spiel des Jahres 2014
  • ชนะเลิศรางวัล Origins Awards 2014 สาขา Best Traditional Card Game 
  • เสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Lys Grand Public 2014
  • ชนะเลิศรางวัล Guldbrikken 2014 สาขา Best Family Game
  • ชนะเลิศรางวัล Fairplay À la carte 2014
  • เสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Origins Awards 2013 ในสาขา Best Family, Party or Children’s Game 
  • เสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Hra roku 2013
  • เสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Gouden Ludo 2013
  • ชนะเลิศรางวัล Golden Geek 2013 สาขา Most Innovative Board Game
  • ชนะเลิศรางวัล Golden Geek 2013 สาขา Best Party Board Game
  • ชนะเลิศรางวัล Golden Geek 2013 สาขา Best Family Board Game
  • ชนะเลิศรางวัล Golden Geek 2013 สาขา Best Card Game
  • ชนะเลิศรางวัล Fairplay À la carte 2013
  • เสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Diana Jones Award 2013 สาขา Excellence in Gaming
  • เสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Meeples’ Choice 2012
  • ชนะเลิศรางวัล Japan Boardgame Prize Voters’ Selection 2012

แหล่งอ้างอิงรูปภาพ

boardgamegeek.com
kanaifactory.web.fc2.com/

ติดตามเรื่องราวบอร์ดเกมและเกมต่างๆ
หรือมาพูดคุยกันได้ทุกวันที่ Facebook ของเรา กดไลค์เลย