(Last Updated On: August 18, 2017)

 

Eminent Domain เป็นหนึ่งในบอร์ดเกมที่ประยุกต์กลไก deck building จากเกม Dominion และวิธีการใช้การ์ดได้หลายรูปแบบเช่นเดียวกับ Glory to Rome ได้อย่างลงตัว กลมกล่อม และมีเอกลักษณ์ส่วนตัว ผสมผสานกับธีมการยึดครองอาณานิคมในอวกาศ และมีเส้นทางทำคะแนนสู่ชัยชนะอย่างหลากหลาย

eminent-domain-photo-feature

นักเล่นบอร์ดเกมคงจะรู้จักเกม Dominion เป็นอย่างดี ด้วย mechanic ของเกมที่เรียกว่า deck building ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของเกมอื่น ๆ มากมายอาธิ Nightfall, Ascension, Quarrior และอื่น ๆ อีกมากมาย

Race for the Galaxy ก็เป็นการ์ดเกมที่โด่งดังอีกเกมหนึ่ง ปัจจุบันอยู่ที่อับดับ 14 บนเว็บ boardgamegeek ด้วยรูปภาพและการ์ดซึ่งอัดแน่นด้วยธีม Sci-fi อวกาศ ระบบการเล่นที่มี strategy หลากหลาย และภาคเสริมที่ออกมาอย่างต่อเนื่อง

ส่วน Glory to Rome ถึงแม้รูปภาพการ์ดจะดูไม่น่าดึงดูด แต่ระบบการเล่นที่ทำให้เกิดปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เล่นสูง สามารถสร้าง combo ได้หลากรูปแบ และมีกลยุทธ์มากมายให้เรียนรู้ สามารถเล่นซ้ำได้เรื่อย ๆ ทำให้เกมนี้โด่งดังจนมีคนลงทุนออกแบบการ์ดใหม่ออกมาดูสวยงามขึ้น

ทีนี้ ถ้าเอาระบบเกมทั้งสามเกมมารวมกัน จะได้เกมออกมารูปแบบไหน ?

คำตอบ อยู่ในเกมที่มีชื่อว่า Eminent Domain


ข้อมูลเกม

ชื่อเกม: Eminent Domain

ผู้ผลิต : Tasty Minstrel Games (พ.ศ. 2554)

ผู้ออกแบบ: Sett Jaffee

จำนวนผู้เล่น: 2-4 คน

ระยะเวลาที่ใช้เล่น: 45 นาที


eminent-domain-photo-planet-card

ดาวเคราะห์ทั้งหลาย ที่รอให้เราไปสำรวจและยึดครอง

 

ประวัติโดยย่อ

Eminent Domain เปิดตัวครั้งแรกในรูปแบบแคมเปญของ kickstarter โดยบริษัท Tasty Minstrel Games ที่เริ่มกิจการบอร์ดเกมในปี 2009 และจนถึงปัจจุบันผลิตเกมมาทั้งสิ้นเพียง 10 เกมเท่านั้น ถึงจะเป็นน้องใหม่ในวงการบอร์ดเกม แต่คุณภาพและความสนุกของเกมนี้แสดงออกถึงความตั้งใจจริงของนักออกแบบและเจ้าของบริษัท Seth Jaffee ได้เป็นอย่างดี

ความหมายทางภาษาอังกฤษคือ eminent (adj.) – มีชื่อเสียง, เด่น + domain (n.) – ขอบเขต, อาณาจักร

ถามว่าเกี่ยวข้องอะไรกับธีมของเกมนี้หรือไม่ ผู้ออกแบบได้บอกไว้ในบล๊อกของเค้าว่า “… Eminent Domain, while thematically not really correct, sounded cool and would do for a name for now.” (ถึงจะไม่ถูกต้องตามธีม แต่ชื่อฟังดูเท่ดี) จริง ๆ แล้วคำนี้ไปเหมือนกับคำว่า Eminent Domain ที่แปลว่าการใช้อำนาจรัฐเพื่อยึดหรือเวนคืนทรัพย์สินส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของ (ซึ่งแน่นอนว่าไม่เกี่ยวข้องกับเกมนี้)

เกมนี้เป็นการ์ดเกมที่มีระบบหลักเป็น deck building เริ่มแคมเปญ kickstarter ปลายปี 2010 และผลิตในปี 2011 ผู้เล่นเป็นผู้นำจักรวรรดิ มีเป้าหมายเพื่อขยายอารยธรรมในกาแลคซี่ด้วยการสำรวจและยึดดาวโดยการตั้งถิ่นฐาน หรือบุกโจมตี ผลิตสินค้าและส่งออกเพื่อเก็บแต้ม และทำวิจัยเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีให้ไวกว่าผู้เล่นอื่น อารยธรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในจักรวาลคือผู้ที่มีคะแนนจากดาวที่เรายึดครองรวมกับแต้มที่มาจากการขายสินค้ามากสุดเมื่อจบเกม

eminent-domain-photo-all-components

ตัวอย่างอุปกรณ์การเล่น

อุปกรณ์การเล่น

พอบอกว่าเป็น deck building แล้ว หลายคนอาจจะนึกภาพกล่องที่มีแต่การ์ดหลายร้อยใบ แต่เกมนี้ไม่เป็นอย่างนั้น เพราะมีการ์ดรวมทั้งหมดแค่ 162 ใบ (Race for the Galaxy ภาคแรกมี 109 ใบ Ascension มี 200 ใบ) นับได้ว่ามีการ์ดน้อยที่สุดในกลุ่ม deck building ก็ว่าได้ การ์ดหลักจะใช้สัญลักษณ์ที่เรียบง่าย ตัวอักษรอ่านง่าย วางรูปแบบได้ดี

นอกจากการ์ดแล้วยังมี

  • แผ่นสรุปการเล่นในแต่ละรอบ 4 แผ่น
  • ดาวเริ่มต้น (starting planet) 6 แผ่น
  • เบี้ยไม้ 4 สีแทนทรัพยากร 20 ชิ้น
  • ชิพคะแนน 32 อัน
  • ยานรบพลาสติกสีดำ 3 ขนาด รวมกัน 35 ลำ ถึงจะไม่มีผลกับเกมภาคหลักมา แต่ก็ทำให้เกมดูมีสีสันขึ้นอีกมาก (หยิบยานรบพลาสติก ให้ความรู้สึกดีกว่าหยิบลูกบาศก์ไม้สีดำอยู่หลายเท่าตัว)

เกมนี้เห็นภาพกล่องครั้งแรกก็สะดุดตาเลย เพราะเป็นรูปเรียบ ๆ แต่ใช้โทนสีได้สวยงามมาก มองทีแรกก็อาจจะไม่รู้ว่ามันเป็นบอร์ดเกม กระดาษที่ใช้ทำกล่องหนาทนทาน ส่วนคู่มือเรียบเรียงได้ดี อ่านเข้าใจง่ายมาก มีภาพประกอบครบถ้วน เรื่องรูปลักษณ์ การออกแบบ และการใช้งานของเกมนี้ถือว่าดีเยี่ยมทุกจุดครับ

eminent-domain-photo-production-token

จะเล่นเป็นสายผลิตและขายของ เก็บแต้มเพลิน ๆ ก็ได้นะ

แล้วระบบเกมที่บอกว่ารวม Dominion, Race for the Galaxy, และ Glory to Rome ไว้ด้วยกันนั้น จะมีหน้าตาออกมาเป็นอย่างไร

วิธีการเล่นโดยคร่าว

ตอนเริ่มเกมทุกคนจะมีเด็คซึ่งประกอบด้วยการ์ด Survey x 2, Warfare x 1, Colonize x 2, Produce/Trade x 2, Research x 2, และ Politics x 1 รวมกัน 10 ใบ จำนวนเท่ากันทุกคน สับและจั่ว 5 ใบตอนเริ่มเกม

Eminent-Domain-photo-setup

ตัวอย่างการเซตอัพก่อนเล่นเกม การ์ดในแถวกลางคือการ์ดที่เราจะสับรวมเป็นกองการ์ดเริ่มต้น

ผู้เล่นผลัดกันเล่นเป็นรอบ ๆ ในแต่ละรอบจะแบ่งเป็น 3 phase คือ

1. Action Phase

เราเล่นการ์ดในมือ 1 ใบ และใช้ผลตามที่เขียนในช่อง Action จากนั้นนำการ์ดนั้นลงกองทิ้งของเรา

2. Role Phase

ทำตามลำดับดังนี้

  • เลือก Role มา 1 อย่าง (Survey, Warfare, Colonize, Produce, Trade, Research) เรียกว่าการ Lead
  • หยิบการ์ด Role นั้นจากกองกลางมาวางข้างหน้าเรา 1 ใบ
  • ลงการ์ดเพิ่มจากมือกี่ใบก็ได้ที่มีสัญลักษณ์เหมือน Role ที่เราเลือกไป (ถ้ามี)
  • ทำ Role ที่เราเลือก โดยรวมจำนวนสัญลักษณ์นั้นทั้งหมดข้างหน้าเรา (รวมการ์ดที่เพิ่มหยิบจากกองกลาง การ์ดที่ลงเพิ่มจากมือ และจากการ์ดอื่น ๆ ข้างหน้าเรา) ยิ่งผลรวมมากขึ้นเราก็จะยิ่งทำ Role นั้นได้ดีขึ้น (ตัวอย่าง สำหรับ Role Warfare เราจะหยิบเครื่องบินได้ตามจำนวนสัญลักษณ์ Warfare)
  • เมื่อเรา Lead เสร็จแล้ว ผู้เล่นคนอื่นทุกคน มีสิทธิเลือก Follow หรือ Dissent ตามลำดับการเล่น
    • Follow : ผู้เล่นอื่นสามารถ Follow ใน Role ที่เราเพิ่งเลือกไป โดยจะมีลำดับเหมือนการ Lead ทั้งหมด ยกเว้นอย่างเดียวคือ ผู้เล่นที่ Follow ไม่ต้องหยิบการ์ด Role นั้นจากกองกลาง
    • Dissent : จั่วการ์ดจากกองเรา 1 ใบ

3. Clean-up Phase

เราทิ้งการ์ดในมือกี่ใบก็ได้ลงกองทิ้ง จากนั้นนำการ์ดทุกใบที่อยู่ข้างหน้าเรา (จากกองกลาง และจากในมือที่เล่นเพิ่ม) ลงกองทิ้ง แล้วจึงจั่วการ์ดให้ครบ 5 ใบ (ถ้ามีการ์ดเกิน 5 ใบก็ให้ทิ้งจนเหลือ 5)

กฏส่วน Role Phase นี้นี่เองที่เป็นระบบที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Glory to Rome

เมื่อจบ Clean-up Phase ก็จบตาเรา จากนั้นก็เล่นวนไปเรื่อย ๆ จนการ์ด Role กองใดกองหนึ่งหมด หรือเบี้ยแต้มสีดำหมด จากนั้นให้ผู้เล่นทุกคนเล่นจนได้จำนวนรอบเท่ากัน แล้วจึงนับคะแนนทั้งหมดรวมกัน (ดาวเคราะห์, เบี้ยแต้ม, การ์ดเทคโนโลยี) เพื่อหาผู้ชนะ

มาดูกันดีกว่าว่า Role ที่ว่านี้มีอะไรบ้าง

1. สำรวจดาว (Survey)

เราหยิบการ์ดดาวเคราะห์จากกองจำนวนเท่ากับจำนวนสัญลักษณ์ Survey ลบหนึ่ง (นั่นคือ ต้องมีสัญลักษณ์อย่างน้อย 2 ชิ้น ถึงจะสำรวจดาวได้) เลือกดาวเคราะห์มา 1 ดวง แล้วนำมาวางคว่ำไว้ข้างหน้าเรา ถือว่าเราสำรวจดาวนั้นแต่ยังไม่ได้ครองครอง เราจะมีดาวที่ไปสำรวจกี่ดวงก็ได้อยู่ข้างหน้าเรา

2. ยึดอาณานิคม (Colonize)

เลือกได้ 2 อย่างคือ

  • เรานำการ์ดที่มีสัญลักษณ์ Colonize ไปวางไว้บนดาวที่กำลังสำรวจอยู่ ถ้าเรามีดาวที่กำลังสำรวจหลายใบเราจะแจกแจงอย่างไร
  • ยึดดาว 1 ดวง โดยการพลิกดาวที่มีจำนวนการ์ดบนดาวเท่ากับที่กำหนด (ถ้าเลือกตัวเลือกนี้ จำนวนสัญลักษณ์ Colonize ที่เรามีจำไม่ให้อะไรพิเศษ ยึดได้แค่ 1 ดวง) จากนั้นนำการ์ดที่อยู่บนดาวนั้นลงกองทิ้งของเรา

3. การสงคราม (Warfare)

เลือกได้ 2 อย่างคือ

  • เราหยิบยานรบจากกองกลางเท่ากับจำนวนสัญลักษณ์ Warfare มาเก็บไว้ เราจะเก็บยานรบเท่าไหร่ก็ได้
  • ยึดดาว 1 ดวง โดยการพลิกดาวขึ้นมา และจ่ายยานรบคืนกองกลางเท่ากับจำนวนยานรบที่ระบุบนดาวนั้นฃ

4. ผลิต (Produce)

เราผลิตทรัพยากรได้เท่ากับจำนวนสัญลักษณ์ Produce/Trade โดยให้นำเบี้ยไม้สีนั้นไปวางบนดาวเคราะห์ที่เราครอบครองแล้ว ในช่อง 1 ช่องบนดาวจะมีทรัพยากรได้แค่ 1 ชิ้น

5. ขาย (Trade)

เราขายทรัพยากรได้เท่ากับจำนวนสัญลักษณ์ Produce/Trade โดยนำเบี้ยไม้ทรัพยากรคืนกองกลาง และได้รับเบี้ยคะแนน (รูปดาว) เท่ากับจำนวนทรัพยากรที่ขายไป

6. วิจัย (Research)

เราวิจัยเทคโนโลยีใหม่ได้ 1 ใบ โดยเลือกการ์ดเทคโนโลยีใบไหนก็ได้จากกองกลาง เมื่อวิจัยเสร็จแล้วให้นำการ์ดขึ้นมือทันที (หรือวางไว้ข้างตัวเรา ถ้าเป็นการ์ดประเภท Permanent) โดยมีเงื่อนไขในการวิจัย 2 อย่างคือ

  • เราต้องมีจำนวนและประเภทดาวตามที่ต้องการ
  • สัญลักษณ์ Research รวมกันต้องมากกว่าหรือเท่ากับจำนวนที่ต้องการ

 

Eminent-Domain-photo-spaceship

ในเมื่อตั้งรกรากไม่ได้ ก็ต้องส่งยานรบสักฝูงสองฝูงไปรัฐป…. แค่ก ๆ ไปยึดซะเลย

ความประทับใจส่วนตัว

หลังจากเล่นเกมนี้ครั้งแรก ก็อยากซ้ำอีกเป็นครั้งที่สอง ครั้งที่สาม ความรู้สึกเหมือนกับตอนที่เล่น Race for the Galaxy ครั้งแรก เพราะว่าพอเราเข้าใจกฏและหลักการเล่นแล้วมองเห็นวิธีเล่นอีกหลายแบบ ทำให้อยากลองการเล่นแบบใหม่หรืออยากปรับแก้รูปแบบการเล่นก่อน ผมลองเล่นสายผลิต/ขายสองรอบ ชนะเพื่อนรอบแรก แพ้รอบสอง ส่วนการเลือกยึดครองดาวด้วย Warfare หรือ Colonize ก็มีข้อดีข้อเสียต่างกัน ฉะนั้นเกมนี้ไม่มีกลยุทธ์ที่ดีกว่ากลยุทธ์อื่น ๆ ทั้งหมดอย่างแน่นอน

เกมแรกจะใช้เวลานานกว่าปกติมากเพราะอ่านการ์ดเทคโนโลยีใหม่ ๆ และทำความเข้าใจว่าการ์ดหลัก 5 แบบทำอะไรได้บ้าง พอเริ่มเข้าใจแล้วจะเล่นได้เร็วขึ้น ทำให้เกมเดินเร็ว (ที่ลองเล่นมา เกมแรกใช้เวลา 90 นาที พอเล่นเป็นแล้วเร็วสุดเหลือ 30 นาที) ซึ่งในคู่มือก็แนะนำว่าในเกมแรกให้ใส่แค่การ์ดเทคโนโลยี ระดับ 1 ก่อน เมื่อเล่นเป็นแล้วถึงจะเพิ่มระดับ 2 และ 3 ซึ่งเราสามารถดูการ์ดเหล่านี้ได้ที่หน้าสุดท้ายของคู่มือ ที่ทำออกมาได้ดี แต่ก็ต้องเตือนว่าเกมนี้อาจจะไม่เหมาะกับผู้เล่นที่มีอาการ Analysis Paralysis เพราะการที่มีตัวเลือก Action/Role/เทคโนโลยี ค่อนข้างมากตอนแรก ๆ

Eminent-Domain-photo-Roles

Role ที่เราเล่นบ่อย ๆ จะเข้ามาในกองการ์ดเรามากขึ้น เมื่อเล่นไปสักพักจะจั่วได้การ์ดทำนองนี้

ระบบเกมถือได้ว่าเอาทุกอย่างมารวมกันได้อย่างลงตัวมาก อย่างแรกคือเห็นความเป็น deck building ได้อย่างชัดเจน เนื่องจากทุกครั้งที่เลือก role เราจะได้การ์ดนั้นเข้ากอง ทำให้เราต้องจัดการนำการ์ดออกจากกองบ่อย ๆ การ์ด research พื้นฐานสามารถนำออกได้ตาละสองใบ และมีการ์ด Improved Research, Streamlining, Data Network ที่ช่วยในเรื่องของการจัดการเด๊ค ถ้าเราไม่จัดการตรงนี้ให้ดีแล้วยากที่เราจะจั่วการ์ดได้ดั่งใจ

ส่วนต่อมาคือระบบ lead-follow ทำให้เรารู้สึกว่าได้เล่นตลอด และทำให้เราต้องจับตามองคนอื่นว่าเค้าเล่นสายไหน เพื่อจะได้ใช้ประโยชน์ตอน follow ให้ดีที่สุด ถึงจะไม่ใช่ปฏิสัมพันธ์โดยตรงแต่เป็นระบบที่ทำให้เกมเร็วและสนุก

ระบบสินค้าและการยึดดาวที่ทำได้สองแบบเหมือน Race for the Galaxy ก็ทำให้เกิดการเล่นสองสายหลัก ซึ่งเข้าใจง่ายและใช้ได้กับกลไกที่กล่าวมา

ระบบ lead-follow ทำให้เรารู้สึกว่าได้เล่นตลอด และทำให้เราต้องจับตามองคนอื่นว่าเค้าเล่นสายไหน เพื่อจะได้ใช้ประโยชน์ตอน follow ให้ดีที่สุด

นอกจากการสุ่มดาวและจั่วการ์ด 5 ใบตอนแรก การเตรียมเกมจะเหมือนเดิมหมด คือใช้การ์ดเทคโนโลยีทั้งหมด และจำนวนการ์ด role จำกัดเท่าเดิม ทำให้เกิดคำถามว่าแล้วเกมจะเล่นซ้ำเหมือนเดิมตลอดหรือเปล่า คำตอบคือไม่ครับ อย่างแรกคือถึงจะมีการ์ดระดับ 2 เพียง 15 แบบ แบบละ 1 ใบ และการ์ดระดับ 3 เพียง 6 แบบ แบบละ 1 ใบ แต่ก็เพียงพอที่ทำให้เกิดการเล่นหลากหลายรูปแบบ เพราะจริง ๆ แล้วในหนึ่งเกมเราจะได้การ์ดเพิ่มไม่เกิน 4 ใบอยู่แล้ว (เว้นแต่ว่าจะเน้น Research จริง ๆ ) และยิ่งทำให้การแข่งขัน Research สูงขึ้นอีกด้วย การ์ดที่เราจั่วได้ตาแรก ๆ และดาวสองดาวแรกจะกำหนดแนวทางการเล่นของเรา ซึ่งหลังจากนั้น strategy จะแตกสายกันออกไป แน่นอนว่าตอนเริ่มเล่นจะได้ความรู้สึกเดิม ๆ แต่รูปแบบการเล่นของเราจะค่อย ๆ เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ หลังจากที่เราจัดเด๊คสายของเราได้แล้ว

eminent-domain-photo-expansion

ภาคเสริมทั้ง 2 ภาค

แม้ตัวบอร์ดเกมพื้นฐานเองก็มีคุณค่าการเล่นซ้ำเยอะมากพอแล้ว แต่เกมนี้ก็ได้ออกภาคเสริมออกมาถึง 2 ภาคด้วยกัน นั่นคือ Eminent Domain: Escalation (2014) และ Eminent Domain: Exotica (2016) ซึ่งภาคเสริมแรก Escalation เพิ่มลูกเล่นของการใช้ยานรบเพื่อโขมยดาวของคู่แข่ง พร้อมทั้งเทคโนโลยีใหม่ ๆ อีกจำนวนมาก และภาคเสริมที่สอง Exotica เพิ่มการทำเหมืองหาทรัพยากรในดาวเคราะห์น้อย และสัญลักษณ์พิเศษที่ใช้แทนสัญลักษณ์อะไรก็ได้  

สรุปภาพรวมเกมนี้ Eminent Domain คือเกม deck building ธีม Sci-fi อวกาศ ขนาดกลาง ที่นำระบบการเล่นหลายอย่างมาผสมผสานอย่างลงตัว ผู้ที่ต้องการลองเกม deck building เกมใหม่ ชอบปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เล่นแบบ Glory to Rome และหลงใหลในการสำรวจกาแลคซี่ เกมนี้ไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอนครับ

สำหรับใครที่เป็นแฟนตัวยงของเกมนี้ (ยกมืออย่างภาคภูมิใจ) และอยากแบ่งปันประสบการณ์ความสนุกที่ได้จากเกมนี้ หรือใครที่สนใจเกมนี้แต่ยังลังเลว่าจะซื้อดีหรือไม่ซื้อดี ก็สามารถคอมเม้นท์เพื่อพูดคุยและสอบถามกันได้นะครับ

ติดตามเรื่องราวบอร์ดเกมและเกมต่างๆ
หรือมาพูดคุยกันได้ทุกวันที่ Facebook ของเรา กดไลค์เลย