(Last Updated On: August 16, 2017)

Power Grid: Factory Manager เป็นเกมแนวบริหารทรัพยากรภายในโรงงาน เพื่อสร้างผลกำไรสำหรับซื้ออุปกรณ์โรงงานที่ดีขึ้น และทำรายได้มากสุดเพื่อเป็นผู้ชนะ ถึงแม้จะมีชื่อ Power Grid แต่เกมนี้ไม่ใช่ภาคเสริมแต่อย่างใด ที่ได้ชื่อ Power Grid มานั้นเพราะคนออกแบบเกมคือ Friedemann Friese ผู้ออกแบบเกม Power Grid และระบบหลายอย่างในเกมถอดแบบมาจาก Power Grid ซึ่งจะอธิบายในภายหลังครับ

Factory-manager-items

เกมนี้สามารถเล่นได้ 2-5 คน และใช้เวลาประมาณ 60 นาที (ถ้าเล่นจริงจะใช้เวลาประมาณ 90 นาที) ซึ่งแนะนำให้เล่น 3-5 คนเพราะมีระบบประมูลลำดับการเล่น และการเลือกเครื่องจักรที่มีผลต่อผู้เล่นทุกคน ยิ่งจำนวนคนมากขึ้นการแข่งขันก็ยิ่งดุเดือดขึ้น เกมนี้ผู้ออกแบบบอกไว้เลยว่าถ้าเล่นพลาดตั้งแต่รอบแรกๆแล้วจะทำให้เล่นต่อยากขึ้นเพราะไม่มีระบบผู้นำแบบ Power Grid และเล่นเพียง 5 รอบเท่านั้น ฉะนั้นถ้าเอาไปแนะนำให้คนเล่นใหม่ๆก็อย่าเอาจริงมากนะครับ และเนื่องจากเกมนี้ไม่มีการ์ดและตัวอักษรเลย ทุกอย่างจึงขึ้นอยู่กับการคำนวณของเรา รวมทั้งมีระบบการเลือกเครื่องจักรมีตัวเลือกหลากหลายมาก ทำให้เกิดอาการ Analysis Paralysis ขึ้นมาได้ง่ายๆ ฉะนั้นเกมนี้อาจจะไม่เหมาะกับผู้ที่ไม่ชอบคำนวนเลขหนักๆครับ

Factory-manager-all-items

อุปกรณ์ทั้งหมดในกล่อง (ไม่รวมคู่มือ)

อุปกรณ์เกมนี้ประกอบด้วยตัวคนงานและแผ่นโรงงานสำหรับผู้เล่นแต่ละคน แผ่นเก็บสินค้า ซึ่งทั้งสามแผ่นนี้เป็นกระดาษแข็งอย่างดี เนื่องจากแผ่นเหล่านี้มีขนาดยาวและพับไม่ได้ทำให้กล่องเกมยาวตามไปด้วยซึ่งก็ขนาดเท่าเกม Power Grid ธนบัตรก็ใช้ชุดเดียวกันกับ Power Grid ส่วนสำคัญของเกมคือแผ่นสี่เหลี่ยมสำหรับเครื่องจักร ลำดับการเล่น และแผ่นปรับราคาไฟฟ้า และแผ่นแต่ละประเภทก็มีขนาดเท่ากันหมด อีกทั้งบางแผ่นจะใช้สำหรับจำนวนคนเล่น 3-5 คน, 4-5 คน หรือเฉพาะ 5 คน ซึ่งกล่องที่ให้มามีเพียงช่องว่างๆสองด้านเท่านั้น ฉะนั้นถ้าซื้อเกมนี้แล้วต้องหาวิธีการจัดเก็บอุปกรณ์ดีๆครับ

factory-manager-units

มีเปิ้ลคนงานเกมนี้แขนใหญ่มาก ใช้เครื่องจักรทั้งวันก็แบบนี้แหละ

มาถึงคำถามที่หลายคนสงสัยว่าทำไมเกมนี้ถึงใช้ชื่อ Power Grid เหตุที่เป็นอย่างนั้นเพราะว่าการที่จะสร้างรายได้นั้นเราต้องบริหารสองสิ่งคือ กำลังการผลิตและขนาดโกดังจัดเก็บสินค้า โดยรายได้จะมาจากค่าที่น้อยที่สุดของสองสิ่งนี้ (นั่นคือถ้าผลิตมากแต่จัดเก็บได้น้อยก็ได้เงินตามที่จัดเก็บได้ ถ้าจัดเก็บได้มากแต่ผลิตได้น้อยก็ได้เงินตามที่ผลิต) ซึ่งเทียบได้กับโรงไฟฟ้าและเมืองในเกม Power Grid นั่นเอง อีกสิ่งหนึ่งที่คล้ายกันคือลำดับการเล่น ซึ่งจะสุ่มในรอบแรกและใช้ระบบประมูลลำดับการเล่นในรอบต่อๆไป ผู้ที่มีลำดับการเล่นที่หลังสุดจะได้ซื้อของคนสุดท้าย แต่ก็อาจจะได้ส่วนลดในการซื้อสินค้าด้วย และผู้เล่นที่ลำดับการเล่นอยู่ท้ายสุดจะได้สิทธิประมูลลำดับการเล่นก่อนในรอบต่อไป เป็นวิธีการปรับสมดุลที่ถึงจะไม่ชัดเจนเหมือน Power Grid แต่ก็ทำให้ผู้นำไม่ได้ทิ้งห่าง (ตั้งแต่ผมเล่นมา คนชนะไม่เคยนำที่สองโดยถือเงินมากกว่า 30 electro เลย)​ แผ่นต่างๆก็ดูคล้ายกับโรงงานใน Power Grid เพราะมีราคาอยู่ด้านซ้ายแถมใช้ font เดียวกันอีกด้วย และความเหมือนอีกอย่างที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้คือธีมการจัดการไฟฟ้านั่นเอง

Factory-manager-house

บ้านก็เบ้อเร่อ เปิดไฟซะอ้าซ่า (ใครทันยกมือขึ้น)

ในเกมนี้เรามีอะไรที่ต้องจัดการบ้าง

  • เงิน – เริ่มเกมเรามีเงินแค่ 18 electro เท่านั้น ! อาจจะดูน้อยแต่ถ้าลองเล่นจะรู้สึกว่ากำลังพอดี เพราะสินค้าที่ซื้อได้ตอนแรกจะราคาถูก และสินค้าจะดีขึ้นเรื่อยๆเนื่องจากคนซื้อของมากขึ้น ซึ่งเมื่อจบเกมจะมีเงินประมาณ 300 electro
  • คนงาน – ทุกคนเริ่มเกมด้วยคนงาน 7 คน ซึ่งจะมีแค่นั้นไปจนจบเกม โดยคนงานมีหน้าที่ควบคุมเครื่องจักร ประมูลลำดับการเล่น สั่งซื้อเครื่องจักร และทำลายห้องในโรงงาน โดยเราสามารถจ้างคนงานชั่วคราวได้มาสุด 2 คนต่อรอบ และต้องจ่ายค่าจ้างไปเป็นรอบๆ ซึ่งตรงนี้แหละเป็นตัววัดความสามารถคนเล่นเลย เราคำนวนได้หรือไม่ว่าเมื่อไรที่เราต้องการคนงานเพิ่มจริงๆ การจ้างมาเพิ่มจะคุ้มค่าจ้างหรือไม่
  • โรงงาน – เรามีพื้นที่ในโรงงานจำกัดเพียง 14 ห้อง แบ่งเป็นห้องสำหรับเครื่องจักร/โกดังเก็บสินค้า 10 ห้อง พื้นที่ต่อเติม 2 ห้อง และห้องพิเศษอีก 2 ห้อง (spaces control และ optimization อยู่มุมบนขวาของโรงงาน) ฉะนั้นเมื่อถึงจุดหนึ่งเราต้องซื้อพื้นที่เพิ่มหรือทำลายเครื่องจักร/พื้นที่จัดเก็บทิ้ง การเลือกเครื่องจักรและที่จัดเก็บที่มีประสิทธิภาพสูงสุดจึงเป็นสิ่งดีที่สุด ลำดับการเล่นจึงสำคัญมาก
  • ค่าไฟ – อีกส่วนที่เราต้องระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากค่าไฟอาจจะเท่าเดิมหรือเพิ่มขึ้น และใช้วิธีการสุ่ม ทำให้บางเกมค่าไฟถูก บางเกมค่าไฟแพง ซึ่งบางครั้งค่าไฟที่เราจ่ายไปอาจไม่คุ้มกับผลกำไรก็เป็นได้ (ทุกเกมต้องมีคนบ่นว่า “ขาด 1 บาท” เหมือน Power Grid เสมือนเป็นมนต์ขลังของเกมก็มิปาน)
Facetory-manager-house

ขาดหนึ่งบาทประจำ

แล้วทีนี้เราจะเลือกซื้อเครื่องจักรกันอย่างไร ระบบเกมนี้ผมว่าน่าสนใจมากครับ คือถ้าจะให้เลือกซื้อในตลาดกันดื้อๆแน่นอนว่าคงแย่งลำดับการเล่นกันดุเดือดแน่ ฉะนั้นจึงมีระบบ “สั่งซื้อ” กล่าวคือ

  1. ผู้เล่นคนแรก “สั่ง” สินค้า (เครื่องจักร, โกดังจัดเก็บ, ห้องควบคุม (control room), หรือห้องจัดการ (optimization room)) ที่ตัวเองต้องการออกมาวางไว้ข้างนอกเพื่อสร้าง”ตลาดกลาง” โดยสินค้าที่หยิบได้จะเท่ากับจำนวนคนงานที่ว่างงาน และสินค้าที่สั่งต้องมีเลขต่ำสุดในแต่ละแถว นั่นคือเราต้องหยิบสินค้าราคาต่ำออกมาให้หมดก่อนถึงจะหยิบสินค้าราคาสูงกว่าได้ หลังจากนั้นผู้เล่นคนถัดไปจะได้สิทธิสั่งสินค้า โดยสินค้าจะเข้าตลาดกลางทั้งหมด
  2. หลังจากที่ผู้เล่นทุกคนสั่งสินค้าเข้าตลาดกลางเรียบร้อย ผู้เล่นคนแรกจะได้สิทธิ “ซื้อ” สินค้าในตลาดกลางโดยหยิบชิ้นไหนก็ได้ แต่จำนวนที่ซื้อได้จะต้องไม่เกินจำนวนคนงานที่สั่งสินค้า เมื่อผู้เล่นคนแรกซื้อเสร็จก็จะเป็นตาของผู้เล่นอื่นตามลำดับ
  3. สินค้าทั้งหมดที่เหลืออยู่จะกลับไปวางไว้ที่เดิมสำหรับตาหน้า

ระบบนี้น่าสนใจอย่างไร ถ้าเราเป็นผู้เล่นลำดับหลังๆ สิ่งที่เราหยิบอาจจะมีคนซื้อไปหมดแล้ว ส่วนคนแรกๆอาจจะอยากได้ของอย่างนึง แต่ถ้าคนอื่นไปหยิบของประเภทอื่นซะหมดของประเภทที่เราอยากได้ก็จะไม่ดีมากเพราะเราต้องหยิบไล่ตามราคาขึ้นไป ส่วนนี้เองที่เราต้องวางแผนการหยิบให้ดีๆ คนเล่นหลังๆจึงต้องหยิบสินค้าที่ดีหลายๆชิ้นโดยหวังว่าจะมีบางชิ้นตกมาถึงตาเรา และบางครั้งคนที่ซื้อแรกๆจะต้องซื้อสินค้าบางชิ้นเพื่อตัดโอกาสคนท้ายๆ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ optimization room (แถวขวาสุดในกระดาน) ที่แต่ละระดับมีจำนวนน้อย ถ้าซื้อก่อนก็จะได้ใช้ก่อน แต่ก็จะเสียโอกาสได้ของที่ดีกว่าไปเพราะให้ใช้แค่โรงงานละชิ้นเท่านั้น เป็นระบบที่มี trade-off น่าสนใจเพราะผู้นำและผู้ตามมีข้อได้เปรียบเสียเปรียบแตกต่างกันไป อีกทั้งยังต้องคำนวนเงินให้พอจ่ายค่าไฟและมีผลกำไรสูงสุด ฉะนั้นตอนหยิบกับตอนซื้อของเป็นส่วนที่มีแรงกดดันมากที่สุดในเกม และเป็นส่วนที่สร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เล่นได้มากครับ

สิ่งที่เป็นข้อด้อยของเกมนี้คือ ระบบของเกมที่ตรงไปตรงมา นั่นคือซื้อสินค้า จัดการโรงงาน รับรายได้ และทำซ้ำทั้งห้ารอบ ไม่มีธีมหรือลูกเล่นแปลกๆนอกจากระบบการสั่งซื้อสินค้าที่กล่าวไว้ข้างต้น ผู้เล่นบางคนอาจจะรู้สึกว่าทื่อๆ ไม่น่าสนใจ และไม่มีปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เล่น ซึ่งก็เป็นปกติของบอร์ดเกมแนวยูโร แต่เพราะความตรงไปตรงมาของเกมนี้เองทำให้อธิบายกฏได้ง่าย และสามารถเข้าใจได้ในทันที ส่วนที่ผมคิดว่าเป็นจุดเด่นคือระบบประมูลและราคาที่ทำออกมาสมดุลดี มีตัวแปรเรื่องค่าไฟและลำดับการเล่นที่มีผลต่อผู้เล่นทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ทำให้เราสามารถคำนวนและวางแผนได้ โดยส่วนตัวชอบเกมนี้ อาจเป็นเพราะผมชอบการคำนวนและชอบเกมที่มีไม่มีดวงเข้ามาเกี่ยวข้องมากก็เป็นได้ เนื่องจากเกมนี้มีระบบหลักที่แตกต่างไปจาก Power Grid โดยสิ้นเชิง จึงไม่จำเป็นว่าผู้เล่นที่ชอบ Power Grid ควรจะลองเล่นเกมนี้ หรือต้องชอบเกมนี้ด้วย

Factory-manager-debt

เบี้ยขึ้นค่าไฟ เปิดแต่ละทีรู้สึกเหมือนถูกไฟช็อต

นอกจากค่าไฟที่จะสุ่มทุกรอบแล้ว เกือบทุกอย่างในเกมจะเริ่มต้นเหมือนเดิมเสมอ นั่นคือ ผู้เล่นทุกคนจะได้เครื่องจักร 2 เครื่อง และโกดังเก็บสินค้า 3 ห้อง โดยตลาดสินค้าจะขึ้นอยู่กับจำนวนผู้เล่นแต่ก็ตายตัว อาจสงสัยว่าอย่างนี้ถ้าเล่นเป็นแล้วรอบแรกๆก็จะเหมือนกันทุกเกมสิ ฉะนั้นเกมนี้จึงออกระบบแก้ด้วยการเพิ่มตัวแปรเป็นสินค้า 6 ชิ้นโดยตอนเริ่มเกมจะสุ่มมา 3 ชิ้นเพื่อเติมในตลาดกลาง (สังเกตว่าแถวล่างสุดในตลาดสินค้าจะว่าง เพราะบางช่องทำไว้สำหรับสินค้า 6 ชิ้นนี้) ซึ่งมีผลต่อการเริ่มต้นของเกมอย่างเห็นได้ชัด อาจจะเพิ่มจำนวนให้ผู้เล่นได้เลือกซื้อมากขึ้น หรืออาจไปเพิ่มสินค้าในตลาดทำให้สินค้าราคาสูงไม่ออกมาก็เป็นได้

จากประสบการณ์การเล่นยังรู้สึกว่าเกมนี้มีอะไรให้เรียนรู้อีกเยอะ จังหวะการเลือกซื้อสินค้าก่อน-หลัง การจัดการทรัพยากรคนงาน การบริหารพื้นที่ แตกต่างออกไปในแต่ละเกม ซึ่งมีผลมาจากการหยิบสินค้าของผู้เล่นคนอื่นนั่นเอง วิธีการเล่นเกมนี้ให้ดีที่สุดจึงไม่มีสูตรตายตัว ผู้เล่นที่ดีที่สุดคือผู้ที่สามารถประมูลลำดับการเล่นได้ถูกจังหวะ และซื้อสินค้าที่ต้องการจากสินค้าที่มีให้ได้อย่างคุ้มค่า

สำหรับใครที่เคยเล่นเกมนี้แล้วมีประสบการณ์แล้วมีประสบการณ์ “ขาด 1 บาท” มาแบ่งปัน หรือมีคำถามเกี่ยวกับตัวเกม ก็เล่าสู่กันฟังได้ในคอมเม้นท์ด้านล่างนะครับ
ติดตามเรื่องราวบอร์ดเกมและเกมต่างๆ
หรือมาพูดคุยกันได้ทุกวันที่ Facebook ของเรา กดไลค์เลย